ภูมิหลังที่ได้ดังใจของใครคนหนึ่ง
ผู้อำนวยการศิริ   จันบำรุง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายกคนปัจจุบันได้เปิดเผยภูมิหลังของท่านให้กองบรรณาธิการ “เทคนิคสาร” นำไปถ่ายทอด เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตอย่างมีความมุ่งมั่น มีเป้าหมายให้แก่บุคลากรในวิทยาลัยและนักเรียน นักศึกษาของเรา นอกจากนี้ท่านยังถือโอกาสแนะนำตัวให้เป็นที่รู้จัก ในฐานะเพิ่งมารับตำแหน่งใหม่เมื่อปลายปี 2553 นี้เอง

 

ในวัยเด็กของท่านประมาณ พ.ศ. 2507 ท่านเข้าศึกษาในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1  ณ โรงเรียนวัดสระบัว (คลอง 11) อำเภอธัญบุรี  จังหวัดปทุมธานี มีครูจรัญ เขียวสวาท   เป็นครูคนแรก สมัยนั้นโรงเรียนจะหยุดทุกวันพระ ช่วงนั้นมีความสุขมาก  เมื่อจบประถมศึกษาปีที่ 7  ก็ได้ตัดสินใจไปเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนลาดปลาเค้าพิทยาคมซึ่งอยู่แถวรามอินทรา นับเป็นครั้งแรกที่มีโอกาสเข้ากรุงเทพ แต่กรุงเทพฯ แถวนั้นก็ไม่แตกต่างจากชนบทเพราะยังมีสภาพเป็นท้องนาเหมือนบ้านนอกเราดี ๆ นี่เอง ในปี พ.ศ. 2515 เมื่อจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งชื่อสมชาย  อวนศรี บ้านอยู่กิโลเมตรที่ 4 รามอินทรา คบกันมานานจนปัจจุบันภายหลังเมื่อสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยครูในระดับปริญญาตรี เมื่อปี พ.ศ.2521 ได้มาบรรจุเป็นครูครั้งแรกที่โรงเรียนนวมราชานุสรณ์  อำเภอเมือง  จังหวัดนครนายก   ส่วนสมชาย   อวนศรี   ได้เลือกไปเป็นพนักงานไปรษณีย์ ที่อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ปัจจุบันเป็นหัวหน้าไปรษณีย์ที่จังหวัดลำปาง

 

ในชีวิตราชการของท่านมีโอกาสได้พบกับผู้บังคับบัญชาที่ดีซึ่งท่านได้ขออนุญาตเอ่ยนามไว้ เช่น ผู้อำนวยการทัศนี  เตียรัตน์  อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนนวมราชานุสรณ์ ท่านใจดี  เจ้าระเบียบและรองผู้อำนวยการอุไร 
ชินกาญจน์  ผู้เป็นที่รักและเคารพมากอีกท่านหนึ่ง ซึ่งท่านมักเรียกติดปากว่า “ พี่อุไร ” นอกจากนี้ท่านยังได้พบเพื่อนใหม่คือผู้อำนวยการสรยุทธ  สืบแสงอินทร์  ที่สนิทกันมาก ปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนปิยชาติพัฒนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนานยก  ท่านได้พบรักและสมรสกับอาจารย์ สุชาดา  จันบำรุง (สกุลเดิมแจ่มจรัส) เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2523  ซึ่งมาบรรจุเข้ารับราชการพร้อมกัน ปัจจุบันยังสอนอยู่ที่โรงเรียนนวมราชานุสรณ์ มีบุตรชาย 2 คน  คนโตอายุ 27 ปี  ชื่อนายศิวัช  จันบำรุง ประกอบธุรกิจส่วนตัว   ส่วนคนเล็กอายุ 25 ปี ชื่อนายธีวัช  จันบำรุง  เป็นเภสัชกรประจำโรงพยาบาลเอกชนที่กรุงเทพฯ   

 

ท่านเล่าว่าท่านมีชีวิตส่วนตัวที่ราบเรียบใช้ชีวิตแบบพอเพียง ในช่วงปี   พ.ศ. 2527 ท่านย้ายไปเป็นครูสอนที่ศูนย์ฝึกวิชาชีพนครนายก (ปัจจุบันคือวิทยาลัยการอาชีพนครนายก) ปี พ.ศ. 2528  ท่านผู้อำนวยการบุญฤทธิ์  ชำนาญ ได้แต่งตั้งให้ท่านทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน – นักศึกษา  ฝ่ายวางแผนพัฒนา รวมทั้งฝ่ายวิชาการ ตามลำดับ   ทำให้ท่านได้รับประสบการณ์ในการบริหารสถานศึกษาอย่างครบถ้วน จนกระทั่งปี พ.ศ. 2539  ท่านจึงได้รับการแต่งตั้งจากอดีตอธิบดีกรมอาชีวศึกษา นายจรูญ  ชูลาภ  ให้ทำหน้าที่ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม  จังหวัดฉะเชิงเทรา  โดยมีรองผู้อำนวยการปราจีน โพธิ์รอด  และรองผู้อำนวยการวิชัย  พุ่มพฤกษ ช่วยกันประสานงาน จัดหาที่ดินคุมงานก่อสร้างจนปีการศึกษา 2541  สามารถเปิดสอนระดับปวช. ได้เป็นปีแรก

 

ท่านเปิดเผยว่าช่วงชีวิตที่ทำงานด้านบริหารสถานศึกษาแล้วมีความสุขคงจะเป็นช่วงที่อยู่ที่วิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม เพราะมีคณะทำงานใหม่  บุคลากรก็เป็นหนุ่มสาวไฟแรง ประกอบกับฝ่ายบริหารสามารถร่วมคิดร่วมทำได้เต็มที่ก็เลยสนุกกับงาน  รวมทั้งมีโอกาสศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาบริหารการศึกษาที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ท่านเล่าต่อว่านักเรียน ปวช. รุ่นแรกยังไม่ทันจบก็ต้องย้ายกลับไปวิทยาลัยการอาชีพนครนายกถิ่นเดิมเสียก่อน ได้ทำงานกับพี่ ๆ น้องๆ ที่เคยทำงานร่วมกันมา นอกจากนั้นยังมีโอกาสได้ทำงานระดับกรมมากขึ้น อาจเป็นเพราะไม่เคยปฏิเสธงานจึงต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้น แต่ก็ทำให้มีผลงานเป็นที่ปรากฎ ณ วิทยาลัยการอาชีพนครนายก อาทิเช่น อาคารสิ่งก่อสร้างหลายอย่าง รวมทั้งสามารถเพิ่มจำนวนนักเรียนที่มีไม่ถึง 500 คน ให้เป็น 1,500 คน ความภูมิใจสูงสุด คือได้มีโอกาสถวายงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นประโยชน์แก่โรงเรียนประถมศึกษาในจังหวัดนครนายก

 

ชีวิตของท่านเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อได้รับคำสั่งให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา จากผู้อำนวยการสถานศึกษาที่เริ่มต้น ณ วิทยาลัยที่ไม่มีนักเรียนเลยอย่างวิทยาลัยการอาชีพพนมสารคาม  มาหาประสบการณ์ที่วิทยาลัยการอาชีพนครนายก  ซึ่งมีนักเรียน 1,000 กว่าคน จนมาอยู่วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทราที่มีนักเรียน ประมาณ 3,000 กว่าคน ครูมีประสบการณ์และอายุงานที่ใกล้เคียงกับผู้อำนวยการ มีความคิดเป็นของตนเอง ทำให้ต้องใช้เวลาหาข้อมูลอยู่ประมาณ 1 เดือน เพื่อกำหนดเป้าหมายในการทำงาน พร้อมประกาศนโยบายที่ต้องการสร้างนักเรียนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น มีอาคารสถานที่สะอาดสวยงามน่าเรียน  สังคมโดยรอบรู้จักวิทยาลัยในเชิงบวก ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มีครุภัณฑ์ทางการศึกษาที่ทันสมัยและมีสิ่งก่อสร้างเกิดใหม่ สิ่งที่หวังก็เกิดขึ้นหลายอย่างเช่น สถานศึกษาได้รับงบประมาณสนับสนุนศูนย์คอมพิวเตอร์จากอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์  ฉายแสง ได้รับการสนับสนุนเครื่องกลึง 12 เครื่อง มูลค่าเกือบ 3 ล้านบาทจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา นายกิตติ  เป้าเปลี่ยนทรัพย์ ได้รับอาคารเรียนแผนกวิชาช่างไฟฟ้าพื้นที่  4,000 ตารางเมตร พร้อมครุภัณฑ์จากการสนับสนุนของอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร นายสุชาติ  ตันเจริญ ส่วนนักเรียนก็ได้รับรางวัลแชมป์หุ่นยนต์ประเทศไทย ปี พ.ศ. 2549 ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันที่ประเทศเวียดนาม

 

จากภูมิหลังทั้งหมดของผู้อำนวยการศิริ  จันบำรุง นี้ ทำให้เรารู้ว่า การที่ท่านใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและพอเพียง ทำงานโดยไม่ปฏิเสธ จนได้รับความไว้วางใจให้ปฏิบัติงานนอกเหนือตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ซึ่งท่านก็บอกว่าท่านได้กำลังใจจากครอบครัว ลูก หลาน และบุคลากรของวิทยาลัยเทคนิคนครนายก

 

ในโอกาสขึ้นปี 2554 นี้ท่านได้ฝากข้อคิดไว้ให้บุคลากรทุกกลุ่มของวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ว่าผู้ที่เป็นนักเรียนซึ่งกำลังจะสำเร็จการศึกษาต้องหาข้อมูลในการเข้าสู่สังคมของการทำงาน และการศึกษาต่อ ถ้าเป็นนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ นอกจากจะตั้งใจศึกษาหาความรู้แล้วก็ควรใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและครอบครัว เพื่อเป็นประสบการณ์ในอนาคต เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับรุ่นน้องที่จะเข้ามาศึกษาต่อ สำหรับท่านผู้ปกครองก็สามารถเป็นหูเป็นตาในการดูแลบุตรหลานให้อยู่ในกรอบชีวิตที่ดีร่วมกับครูที่ต้องถ่ายทอดความรู้และเป็นตัวอย่างที่มีคุณธรรมให้ศิษย์  ในท้ายสุดท่านยังได้แสดงวิสัยทัศน์ไว้อีกว่า สังคมของเราชาวเทคนิคนครนายกจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และมีความพอเพียงตลอดไป