|
ประเภทของโครงงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  |
| |
|
| |
โครงงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาจทำได้หลายรูปแบบ ถ้าพิจารณาลักษณะของกิจกรรมการ |
| ศึกษาค้นคว้าแล้ว จัดประเภทของโครงงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ออกเป็น 4 ประเภท คือ |
| |
|
| |
1. โครงงานประเภททดลองเกี่ยวกับงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ |
| |
ลักษณะของโครงงานประเภทนี้ ต้องมีการออกแบบการทดลอง เพื่อศึกษาผลของตัวแปร |
| หรือตัวแปรอิสระ ที่มีผลต่อตัวแปรตามและมีการควบคุมตัวแปรอื่นๆ ที่ไม่ต้องการศึกษา ที่จะส่งผลให้การ |
| การศึกษาคลาดเคลื่อน ขั้นตอนการทำโครงงานประเภทนี้จะต้องมีการกำหนดปัญหา ตั้งสมมติฐาน |
| ุออกแบบ การทดลอง ดำเนินการทดลอง เพื่อหาคำตอบของปัญหาหรือตรวจสอบสมมติฐานที่ตั้งไว้ |
| แปรผลและสรุปผล การทำโครงงานประเภททดลอง บองครั้งอาจจำเป็นต้องทดลอง เพื่อศึกษา |
| ความเป็นไปได้เบื้องต้น (Preliminary study) เสียก่อน เพื่อให้ได้ข้อมูลบางประการมาใช้ประกอบ |
| การตัดสินใจในการกำหนดรายละเอียดต่างๆ ของการศึกษาค้นคว้าจริงต่อไป ผู้จัดทำมีความเห็นว่า |
| ข้อดีของโครงงานประเภทนี้ คือ จะมีการใช้วิธีวิทยาศาสตร์ครบทั้ง 5 ขั้น คือ ตั้งแต่การกำหนดปัญหา |
| ตั้งสมมติฐานวางแผนการทดลอง รวบรวมข้อมูลและสรุปผล นอกจากนั้น ยังมีการควบคุมตัวแปรอีกด้วย |
| ซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการศึกษา ค้นคว้าทางงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ |
| |
โครงงานประเภททดลอง เป็นการตรวจสอบสมมติฐานใดสมมติฐานหนึ่ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่การ |
| ออกแบบการทดลองอย่างมีขั้นตอน การใช้เครื่องมือในการทดลองอย่างถุกต้อง มีการออกแบบตาราง |
| หรือวิธีการบันทึกผลการทดลอง การใช้หน่วยวัดที่ถูกต้อง มีการกำหนดตัวแปรต่างๆ วิเคราะห์ข้อมูล |
| มีการทดลองหลายๆ ครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมกับสรุปผลการทดลองที่ชัดเจน |
| |
ตัวอย่างของโครงงานประเภทการทดลองเกี่ยวกับงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น |
|
|
เครื่องตรวจสอบ SCR |
วงจรสวิตซ์ควบคุมด้วยแสงรีโมท |
|
|
เครื่องตรวจสอบสายไฟ (Test Lamp) |
| |
|
| |
2. โครงงานประเภทสำรวจรวบรวมข้อมูล |
| |
โครงงานประเภทนี้ เป็นการศึกษารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ |
| เพื่อศึกษาหาความรู้ที่มีอยู่หรือเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน โดยใช้วิธีสำรวจและรวบรวมข้อมูลแล้วนำข้อมูล |
| ที่ได้ มาจัดกระทำให้เป็นระบบระเบียบและสื่อความหมายแล้วนำเสนอในรูปแบบต่างๆ เช่นตาราง กราฟ |
| แผนภูมิ และคำอธิบายประกอบ |
ตัวอย่างของโครงงานประเภทสำรวจรวบรวมข้อมูล |
| |
ก. การเก็บรวบรวมข้อมูลใสนามได้ทันที โดยไม่ต้องนำวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ |
| |
ตัวอย่าง การสำรวจความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในโรงฝึกงาน |
| |
ข. การเก็บรวบรวมวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ |
| |
ตัวอย่าง การสำรวจวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังเกิดการลัดวงจร |
| |
โครงงานประเภทสำรวจ เป็นการสำรวจข้อมูลต่างๆ ที่เกิดจากความอยากรู้อยากเห็น เพื่อนำมา |
| ประกอบการศึกษาหรือการจำแนกหมวดหมู่ ทั้งนี้ไม่ต้องคำนึงถึงตัวแปรต่างๆ การเก็บข้อมูลโดยการออก |
| ไปสำรวจนอกห้องปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่าสำรวจภาคสนาม หรือบางครั้งอาจจะนำส่วนต่างๆ นั้นมาศึกษา |
| ในห้องปฏิบัติการด้วยก็ได้ |
| |
|
| |
3. โครงงานประเภทการพัฒนาหรือการประดิษฐ์ |
| |
โครงงานประเภทนี้เป็นโครงงานที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ทฤษฎีหรือทักษะทางงานไฟฟ้าและ |
| อิเล็กทรอนิกส์ มาประิดิษฐ์เครื่องมือ เครื่องใช้ หรืออุปกรณ์ เพื่อประโยชน์ใช้สอยต่างๆ เพื่ออำนวยความ |
| สะดวกแก่มนุษย์ อาจคิดประดิษฐ์ของใหม่ๆ หรือปรับปรุงดัดแปลงของเดิมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพสูง |
| ขึ้น ซึ่งมีลักษณะของโครงงานที่้ต้องการกำหนดตัวแปรที่ต้องศึกษา เหมือนกับ โครงงานปรเภททดลอง |
| แต่ผลของโครงงานประเภทนี้จะได้อุปกรณ์ หรือสิ่งประดิษฐ์ และมีข้อมูลต่างๆ ประกอบซึ่งต่างจากโครงงาน |
| ประเภทสิ่งประดิษฐ์ ส่วนใหญ่จะกำหนดตัวแปรที่จะศึกษา ดังนี้ |
| |
ตัวแปรต้น ส่วนใหญ่จะศึกษาในด้านรูปทรง หรือ โครงสร้างที่เหมาะสมของสิ่งประดิษฐ์ ชนิดของ |
| วัสดุที่เหมาะสมในการทำสิ่งประดิษฐ์ |
| |
ตัวแปรตาม ส่วนใหญ่จะวัดได้ คุณภาพของสิ่งประดิษฐ์ ซึ่งกำหนดเกณฑ์การวัดต่างๆ กันออกไป |
| ตามชนิดของการประดิษฐ์ |
| |
ส่วนตัวแปรที่ต้องควบคุมนั้น จะควบคุมในสิ่งที่จะทำให้ผลการวัดตัวแปรตามคลาดเคลื่อน จะควบ |
| คุมอะไรบ้างนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของสิ่งประดิษฐ์ |
| |
โครงงานประเภทนี้ อาจจะมีลักษณะเป็นแบบจำลองได้ แต่ต้องแสดงให้เห็นการทำงาน ของแบบ |
| จำลองนั้นจริงๆ ลักษณะเด่นของโครงงานประเภทนี้ นอกจากจะมีข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการศึกษาทดลอง |
| ขั้นต้น เพื่อนำมาใช้ประกอบในการทำสิ่งประดิษฐ์และมีการวัดประสิทธิภาพของ สิ่งประดิษฐ์แล้งยังมี |
| สิ่งประดิษฐที่ใช้งานได้จริงๆ หรือแบบจำลองที่แสดงการทำงานได้ ซึ่งมองเห็นประโยชน์ของการ |
| นำไปใช้ได้ชัดเจน จึงเป็นโครงงานที่เหมาะสมกับงานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่น่าสนใจ |
| |
| |
ตัวอย่างของโครงงานประเภทพัฒนาหรือการประดิษฐ์ |
|
|
จุดหลอด FL ด้วยถ่านไฟฉาย
|
สัญญาณเตือนภัยอัตโนมัติ |
|
|
สัญญาณไฟกระพริบ LED 2 สี 2 ดวง |
| |
|
| |
4. โครงงานประเภททฤษฎี |
| |
เป็นโครงงานที่ผู้ทำโครงงานได้เสนอทฤษฎี หลักการหรือแนวความคิดใหม่ๆ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของ |
| สูตร สมการ หรือคำอธิบายก็ได้ โดยผู้นำเสนอได้ตั้งกติกา หรือข้อตกลงขึ้นมาเอง แล้วเสนอทฤษฎี |
| หลักการ แนวความคิดหรือจินตนาการของตนเองตามกติกา หรือข้อตกลงนั้น หรืออาจใช้กติกา |
| หรือข้อตกลงเดิมมา อธิบายสิ่งหรือปรากฎการณ์ต่างๆ ในแนวใหม่ ทฤษฎี หลักการ แนวความคิด |
| หรือจินตนาการที่เสนออาจจะใหม่ ยังไม่มีใครคิดมาก่อน หรืออาจขัดแย้งกับทฤษฎีเดิม |
| หรือเป็นการขยายทฤษฎี หรือแนวคิดเดิมก็ได้ |
| การทำโครงงานประเภทนี้จุดสำคัญอยู่ที่ผู้ทำต้องมีความรู้พื้นฐานในเรื่องนั้นๆ อย่างดี |
| จึงจะสามารถเสนอโครงงานประเภทนี้ได้อย่างมีเหตุมีผลน่าเชื่อถือโดยทั่วๆ ไป |
ตัวอย่างของโครงงานประเภททฤษฎี |
| |
นักวิทยาศาสตร์ ทำการทดลองเพื่อสร้างกฎของโอห์ม กฎของเคอร์ช๊อฟ เ็ป็นต้น |
| |
|