|
จุดประสงค์
1. อธิบายความหมายและความสำคัญของความคิดรวบยอดได้
2. จำแนกประเภทของความคิดรวบยอด และอธิบายวิธีการสร้างความคิดรวมยอดได
3. บอกความหมายและประโยชน์ของแผนภาพโครงเรื่องได้
4. อธิบายวิธีการเขียนแผนภาพโครงเรื่องได้
5. สรุปความคิดรวบยอดและเขียนแผนภาพโครงเรื่องจากเรื่องที่อ่านได้
เนื้อหา
1. ความคิดรวบยอด
1.1 ความหมายของความคิดรวบยอด
ความคิดรวบยอดหมายถึง คำ กุล่มคำ หรือประโยคที่ได้จากการสรุปสาระสำคัญของเนื้อหา ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของเนื้อหานั้น เมื่อสรุปออกมาต้องชัดเจน ครอบคลุมข้อความ หรือเรื่องทั้งหมด
1.2 ความสำคัญของความคิดรวบยอด
ความคิดรวบยอดมีความสำคัญในการจัดกลุ่มความคิดให้เป็นระบบ เพื่อหาความสัมพันธ์ที่เป็นลักษณะร่วมหรือแตกต่างของสารที่ได้รับอันเป็นที่มาของความคิดรวบยอดนั้น
1.3 ประเภทของความคิดรวบยอด
มีผู้จำแนกประเภทของความคิดรวบยอดไว้หลายลักษณะในที่นี้จะเลือกประเภทความคิดรวบยอดของบลูเนอร์ (Bruner) และคณะ (1957 : 41-43) ซึ่งแบ่งความคิดรวบยอดไว้ 3 ชนิดคือ
1.3.1 ความคิดรวบยอดร่วมลักษณะ (conjunctive concept) เป็นความคิดรวบยอดที่เกิดจากการมีส่วนร่วมกันของลักษณะเฉพาะ (attribute) ตั้งแต่ 2 ลักษณะขึ้นไป เช่น สมุดสีเขียว ดอกไม้สีแดง สุนัข แมว และสิ่งที่เราพบเห็นเป็นส่วนใหญ่ ลักษณะร่วมกันได้แก่ รูปร่าง ขนาด สี เป็นต้น
86
1.3.2 ความคิดรวบยอดแยกลักษณะ (disjunctive concept) เป็นความคิดรวบยอดบ่งถึงคุณลักษณะที่สังเกตได้ เป็นส่วนของวัตถุแต่ละชิ้นในกลุ่ม เช่น กุล่มที่จัดสัตว์สี่เท้าทุกชนิดไว้ด้วยกัน หรือเสื้อผ้าทุกชั้นที่มีลายเส้นในแนวตั้งไว้ด้วยกัน เป็นต้น
1.3.3 ความคิดรวบยอดสัมพันธ์ลักษณะ (relational concept) เป็นความคิดรวบยอดทีเกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิก หรือส่วนประกอบของกลุ่ม ความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ สภาวะหรือสิ่งเร้าตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไป เช่น การจัดกลุ่มให้ผู้ชาย ผู้หญิงและเด็ก อยู่ด้วยกัน การนำไม้ขีดไฟไปสัมพันธ์กับบุหรี่เป็นต้น
1.4 วิธีสร้างความคิดรวบยอด
การสร้างความคิดรวบยอดอาจทำได้ โดยอาศัยวิธีการดังต่อไปนี้
1.4.1 การรับรู้สาร คือการใช้กระบวนการทางสมอง ในการแปลความหมาย แยกแยะเรื่องราวที่ได้รับจาการอ่านหรือการฟัง
1.4.2 การย่อเรื่องให้เหลือแต่เนื้อหาสำคัญหรือแก่นของเรื่อง
1.4.3 การใช้แผนภาพโครงเรื่อง (concept mapping) ซึ่งมีรูปแบบต่างๆ
1.4.4 การใช้วิธีการเรียนโดยอาศัยเทคนิคการเรียนรูปแบบต่างๆ
|